คัดลอกมา 

วันนี้ผมเปิด หนัง เรื่อง The Chorus ดนตรีบรรเลง บทเพลงชีวิต   ขึ้นมาดูเป็นรอบที่เกิน 10 ครั้งแล้ว  ทุกครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อยล้า  รู้สึกท้อแท้  รู้สึกต้องการพลังใจ  ผมจะเปิดหนังเรื่องนี้ทุกครั้ง เพื่อดื่มด่ำกับเสียงร้องประสานเสียงของเด็กๆในเรื่องนี้ เสียงโซปราโน่ ของนักร้องนำ  ปิแอร์ มอร์แฮง  นั้น จะทะลุทะลวงเข้าไปในใจ และดึงจิตใจของเราให้ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เสียงของนักร้องประสานเสียงจะช่วย เข้าไปเติมเต็มช่องว่างในจิตใจของเรา และทะลุทะลวงนำพาความเศร้าหมองของเราออกไปจากใจ

 

                วันนี้ผมอารัมภบท ซะเยิ่นเย้อเลย แต่สำหรับผู้ที่รักดนตรีแล้ว  ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องมีประสบการณ์ เข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึกแบบนี้เป็นแน่ แต่เพลงที่โดนใจของคนแต่ละคนอาจต่างกัน ตามแต่นิสัย และสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

 

                ไหนๆก็ได้พูดถึงหนังเรื่องนี้แล้ว ผมก็เลยถือโอกาสเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้สักพอสังเขป  นะครับ ซึ่งหนังเรื่องนี้ เป็นหนังได้รับ2 รางวัลจาก Academy Award Nominations Best Foreign Language Film  สำหรับเรื่องราวนั้น จะเป็นเรื่องราวของโรงเรียนดัดสันดานแห่งหนึ่ง ชื่อว่า Fond de l’ Etang  ( ฟง เดอ เลแต็ง ) และโรงเรียนแห่งนี้ จะมี ผอ. จอมโหด  ราแชง ซึ่งเป็นคนเจ้าระเบียบ   ใช้ระบบการบริหารแบบ ออกกฎ แล้วลงโทษ  ผู้ฝ่าฝืน   และเด็กแสบ อีก 2 คน คือ  ปิแอร์ มอร์ฮอง  กับ  มงแด็ง โดยเด็กทั้งสองคนนี้ มีพื้นฐานของที่บ้านต่างกัน  ปิแอร์ มอร์ฮอง  มีแม่ที่เป็นที่รัก แต่ต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลาดูแล เลยมาฝากลูกไว้ที่นี่ ส่วน มงแด็ง เป็นเด็กเหลือขอ  มีพฤติกรรม วายร้าย ประวัติโชกโชน จนโรงเรียน ดัดสันดานที่อื่นเอาไม่อยู่ จึงต้องส่งตัวมาให้ ผอ. จอมโหด ราแชง จัดการ และ ตัวเอกของเรื่อง คือ เคลมองต์ แม็ทธิวว์  นักดนตรีเล็กๆ ครูตกงาน มาสมัครเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้   

 

                วันแรกที่ เคลมองต์ แม็ทธิวว์  เข้ามาในโรงเรียน แห่งนี้  ก็ได้พบกับวีรกรรมของเด็กเหล่านี้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งทำให้ราแชง โกรธและเรียกเด็กเหล่านั้นมาสอบสวน  เพื่อหาผู้ผิด   ราแชงมักจะค้นหา และ ลงโทษ ผู้กระทำผิด เสมอ แต่เขาก็มักจะพบว่า เด็กเหล่านี้ ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง เหมือนเดิม ไม่ได้ลดลงเลย แล้วเขาก็ทำการเพิ่มบทลงโทษ โดยหวังว่า เด็กเหล่านี้จะกลัว แล้วประพฤติตัวอยู่ในกฏระเบียบ แต่สิ่งที่ราแชงนั้นฝันไว้ ก็ยังคงเป็นแค่เพียงความฝัน  เด็กเหล่านั้น แค่รอจังหวะ ที่จะทำเรื่องราว ที่ทำให้ ราแชง ปวดหัวเล่น โดยที่สาวไม่ถึงตัวพวกเขาเท่านั้น 

 

                และเมื่อ เคลมองต์ แม็ทธิวว์  เข้ามาสอนที่โรงเรียนนี้ เข้าได้สอนพวกเด็กๆ ร้องเพลง  โดยเริ่มต้นจาก การ ทดสอบเสียง ของเด็กทีละคน ทุกคนต่างกัน  ย่อมต้องมีหน้าที่ของตัวโน๊ตที่ต่างกัน  เมื่อแยกแยะโทนเสียงที่เหมาะสมของแต่ละคนได้แล้ว เขาก็พบเพชรน้ำงาม  คือ ปิแอร์ มอร์ฮอง ซึ่งเขามองว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ ที่จะไปได้ไกล แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ  เคลมองต์ แม็ทธิวว์  ก็ไม่ละความพยายาม มีการพูด ชี้นำ  สอนตัวต่อตัว แกมบังคับ  จน ปิแอร์ มอร์ฮอง เริ่มร้องเพลง และวงดนตรีประสานเสียงวงนี้ก็กำเนิดขึ้น เพราะหากขาดเสียงโซปราโน่ ของ ปิแอร์ มอร์ฮอง แล้ววงดนตรีวงนี้ก็ไม่มีชีวิต 

 

                แม้จะเบียดเบียนเวลาส่วนตัวของพวกเขา  แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่รัก พวกเขาก็ไม่มองว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เป็นการเบียดเบียนเวลา แต่กลับมองต่างออกไปว่า นั่นคือ ช่วงเวลาที่พวกเขาได้เสพความสุขต่างหาก และเมื่อ ปิแอร์ มอร์ฮอง ได้ร้องเพลง ก็เริ่มรู้สึกรัก  รู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของวง จนถึงกับซ้อมร้องเพลง คนเดียวหลังเลิกเรียน   และในขณะที่เด็กๆกับกำลังจดจ่อกับการร้องเพลงนั้น  ราแชงก็ห้ามไม่ให้พวกเขาเรียนร้องเพลงอีก  แม้ เคลมองต์ แม็ทธิวว์  จะชี้แจงว่า ดนตรี ทำให้พวกเขามีวินัยมากขึ้น และ ก้าวร้าวลดลง แต่ ราแชงก็ไม่ยอม ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแอบฝึกร้องเพลงกันที่ห้องพัก ตอนกลางคืน 

 

                การลงโทษ ที่รุนแรง ที่สุด คือ การไม่ให้พวกเขาทำในสิ่งที่รัก และทำเป็นไม่เห็นว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม   ครั้งหนึ่ง ปิแอร์ มอร์ฮอง ทำพฤติกรรมก้าวร้าว  เคลมองต์ แม็ทธิวว์  จึงไม่ให้ร่วมวงร้อง ทำเป็นเหมือนกับว่าวงนี้ไม่จำเป็นต้องมี ปิแอร์ มอร์ฮอง ก็ได้ ซึ่งช่วงนั้น ปิแอร์ จะเงียบเหงา หงอยไปถนัดตา 

            ส่วน มงแด็งนั้น ก้าวร้าวกว่า ปิแอร์  เคลมองต์ แม็ทธิวว์  ก็พยายามจะใช้วิธีเดียวกัน บำบัด มงแด็ง ครั้งหนึ่งเกิดเหตุการณ์เงินหาย แต่ราแชง ไม่มีหลักฐาน แต่ปักใจเชื่อและกล่าวโทษ มงแด็ง  และลงโทษ ขั้นรุนแรง เฆี่ยนตี และขังห้องมืด  ซึ่งทำให้ มงแด็ง ขาดความเชื่อในตัวคน จึงหนีออกจาก  Fond de l’ Etang  ( ฟง เดอ เลแต็ง )  และเมื่อวันที่เขากลับมา เขาได้มาพร้อมไฟ และเผาโรงเรียนนี้จนวอดวาย แต่ยังโชคดีที่วันนั้น นักเรียนในโรงเรียนไม่อยู่  ออกไปทัศนศึกษา จึงปลอดภัยทุกคน 

 

            เรื่องนี้ สอนให้ผมรู้ว่า  การลงโทษนั้น ไม่ทำให้ผู้คน สงบนิ่งได้ หากเพียงแต่จะสงบนิ่ง เพื่อเป็นการรอจังหวะที่โหมทำในสิ่งที่รุนแรงกว่า เท่านั้น  ส่วนวิธีที่จะทำให้ปกครองคนได้นั้น ก็คือ การให้ความสนใจทีมงานเป็นรายบุคคล เอาใจใส่  สร้างเป้าหมายร่วมกัน  ฝึกฝน พัฒนาการทำงานร่วมกัน ทำให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน  แล้วพวกเขาจะภูมิใจในงาน  แล้วปัญหาต่างๆก็จะหมดไปโดยไม่รู้ตัว


โดย ก้องเกียรติ

Comment

Comment:

Tweet